บทที่ 4 มันจบแล้ว
เวลาที่เดินเข้ามาในป่าลึกจนอ่อนแรงและหิวน้ำยังไม่พอ แต่เธอต้องหาที่หลบคนพวกนั้นที่เข้ามาตามหาเธอตลอดทั้งวัน โชคดีที่เธอสามารถหาที่ซ่อนเล็กๆ ได้จนทำให้คนเหล่านั้นมองข้ามและผ่านเธอไปจนไม่เจอตัวเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เวลารู้สึกถูกที่หนีออกมาก็คือตอนที่เธอได้เห็นคนพวกนั้นตามหาเธอ กลุ่มนั้นเต็มไปด้วยผู้ชายมากมายจนมันทำให้เธอกลัวขึ้นมากกว่าเดิม พร้อมกับความคิดมากมายที่ตีขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
แต่ตอนนี้พวกนั้นไปแล้ว เสียงเงียบหมดแล้ว แสงไฟก็ไม่เหลือแล้ว ตอนนี้กลับมีเพียงเธอที่อยู่ในป่าคนเดียว ป่าที่เต็มไปด้วยความมืดและเงียบสงัดมีเพียงเสียงสัตว์และเสียงลมที่มาเป็นระรอกๆ แน่นอนว่ามันสร้างความหวาดกลัวให้กับเธอได้อย่างง่ายดายเพราะเธอไม่เคยมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
ร่างบางที่ปกติชอบทำตัวเข้มแข็งมาตลอดแต่ตอนนี้กลับหลั่งน้ำตาเพราะความกลัวอย่างห้ามไม่อยู่ แต่จะให้เธอออกไปหาชาวบ้านพวกนั้นเพื่อให้เอาตัวเธอกลับไป บางทีเธอคิดว่าการยอมตายอยู่ในป่านี้ยังจะดีซะกว่า
ชีวิตของเธอมันเคยมีอะไรดีบ้างหรือเปล่า เกิดมาแม่ก็ตาย มีพ่อก็เหมือนไม่มีกลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวพวกเขาจนถูกตัดหางปล่อยวัดไปตั้งแต่วันที่ลืมตาดูโลกแล้วด้วยซ้ำ เธอก็ใช้ชีวิตของเธอมาไม่เคยทำร้ายใครก่อน แต่ทำไมเธอต้องมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้ เจอกับคนที่เธอไม่รู้จัก และไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้คนๆ นั้นจนต้องมาทำร้ายเธอแบบนี้ บางครั้งการตายไปก็อาจจะดีกว่าจริงๆ
“ย่าจ๋า เวลาคิดถึงย่าจัง ฮึก! ฮืออ!!!” ร่างบางร้องไห้และกอดตัวเองอย่างไร้ที่พึ่งเหมือนผ่านมาตลอด
เธอนั่งกอดเข่าขดตัวอยู่ในซอกโขดหินเล็กๆ ด้วยความหนาวเหน็บ ยังโชคดีที่ตอนออกมาเธอหยิบผ้าติดตัวมาด้วยเลยได้ใช้มันห่อหุ้มร่างกาย แม้จะไม่ได้ช่วยอะไรมากแต่ก็ยังดีกว่าตัวเปล่า แต่ความหนาวเหน็บในใจของเธอตอนนี้นี่สิที่มันกัดกินจนแทบไม่เหลืออะไรแล้ว
“ย่าจ๋า แม่จ๋า เวลากลัว ฮึก! เวลากลัว” ร่างบางเอ่ยขึ้นเสียงสั่นพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาราวเขื่อนแตกอย่างไร้หนทางและที่พึ่ง
ร่างกายที่ยังไม่ได้กินข้าวกินน้ำตั้งแต่เย็นเมื่อวานและวันนี้ทั้งวันเกิดความหิวจนแสบท้องไปหมด เรี่ยวแรงที่วิ่งหนีคนเมื่อกลางวันสร้างความเหนื่อยล้าอย่างมากจนเธอรู้สึกเพลีย นี่คงเป็นอีกช่วงเวลาชีวิตของเธอที่พบเจอความเจ็บปวดจนยากจะผ่านมันไปได้จริงๆ และเธอก็ไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้หรือเปล่า
“ฮือออ!!!” ร่างบางร้องไห้ออกมาอย่างคนอ่อนแออย่างที่ไม่เคยแสดงออกไปให้ใครได้เห็น อย่างที่เธอเก็บซ่อนมันไว้ตลอดเวลาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้เธอซ่อนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว เธอฝืนต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ
เวลาที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะความหนาวที่เธอทนไม่ไหวและหลับต่อไม่ลง ก่อนจะเห็นว่าตอนนี้ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว ความสว่างเริ่มโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง นั่นทำให้เธอเลือกออกจากโขดหินและเดินต่อไปยังทางที่เธอยังไปไม่ถึงเพราะเธอหวังอย่างยิ่งว่าจะเจอทางออกให้เธอรอด
ตุบ!
“โอ้ย!” เพราะความสว่างที่ยังไม่มากพอ เพราะความไม่คุ้นเคยของทาง ทำให้เวลาที่เดินอย่างระมัดระวังแต่ก็ยังสะดุดเถาวัลย์จนล้มลงกับพื้นอย่างแรง
แต่โชคร้ายของเธอมันไม่ได้จบเพียงแค่นั้น เพราะตอนที่เธอล้มผิดท่าจนทำให้ข้อเท้าของเธอเจ็บขึ้นมาทันที
“.....” เวลาก้มมองข้อเท้าตัวเองก่อนจะยกยิ้มอย่างเย้ยหยันกับความรันทดของชีวิตที่ไม่เคยพบเจอความสุขเลยสักครั้งจริงๆ
แต่เธอจะนั่งรอแบบนี้เหรอ นั่งรอให้คนพวกนั้นตามมาเจอเธออีกอย่างนั้นเหรอ
“ถ้าจะตาย ก็ขอตายอย่างสมศักดิ์ศรีหน่อยเถอะ” ร่างบางพูดกับตัวเองก่อนจะฝืนลุกขึ้นยืนโดยใช้เถาวัลย์ดึงช่วย และมองหากิ่งไม้ใกล้ๆ เพื่อใช้ประคองตัวเองเดินต่อไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก
ถ้าเธอจะตายก็ขอให้ถูกเสือกัดตาย ถูกงูฉกตาย หรือหิวตายไปเลย ดีกว่าต้องตายเพราะผู้ชายสารเลวพวกนั้นที่เธอไม่รู้จัก
“ตามหาให้ทั่ว ที่เคยหาแล้วก็หาซ้ำอีก!” เวลาที่เดินมาได้สักพักก็ได้ยินเสียงของผู้ชายดังขึ้น นั่นทำให้เธอร้อนรนขึ้นมามากกว่าเดิมก่อนจะเร่งฝีเท้าเพื่อทิ้งระยะห่างให้ได้มากที่สุด
“อ๊ะ!” แต่เพราะขาที่ยังเจ็บทำให้การรับน้ำหนักไม่ดีพอจนเกิดอาการเจ็บขึ้นกว่าเก่าและยากต่อการเดินมากขึ้น
“เจอรอยแล้ว!” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้น เพราะพวกเขาเดินป่าบ่อยๆ จึงรู้รอยเก่าใหม่ที่เห็น
“รีบตามรอยไป!” เสียงที่ดังขึ้นมันไล่หลังเวลามาเรื่อยๆ จนทำให้เธอสั่นกลัวขึ้นมาก แต่เธอก็ยังไม่ทิ้งความพยายามและเร่งฝีเท้าของตัวเองบนความเจ็บปวดเพื่อหนีจากคนพวกนั้นให้ได้
และทางที่เธอเดินมามันเป็นทางขึ้นเลยทำให้เธอต้องออกแรงมากกว่าปกติ แต่เธอจะเปลี่ยนเส้นทางตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เธอได้ยินเสียงกลุ่มคนเดินดังเข้ามาเรื่อยๆ แล้ว
“นั่นไง!” สุดท้ายก็มีคนตาไวเห็นหลังแวบๆ ของเวลาจึงตะโกนขึ้น นั่นทำให้เวลาตกใจทันที
จากร่างบางที่ตอนแรกเดินด้วยความยากลำบาก ตอนนี้เธอต้องวิ่งกะเผลกเพื่อเร่งฝีเท้าของตัวเองให้เร็วขึ้น มืออีกข้างที่ว่างก็ยื่นไปจับกิ่งไม้เถาวัลย์ที่เกิดข้างๆ ทางเพื่อดึงตัวเองขึ้นไปข้างบน
“เร็วเข้า ทางนั้นเป็นหน้าผา!” เสียงตะโกนของชาวบ้านเร่งขึ้นเพราะทางที่เวลากำลังเดินไปเป็นหน้าผาสูงของเกาะ
โชคดีของพวกเขาก็คือเธอไม่มีทางหนีอีกแล้ว แต่ถ้าพวกเขาโชคร้ายขึ้นมา...
และแน่นอนว่าคนที่ได้ยินแบบนั้นจนวิ่งนำคนอื่นมาอย่างไม่รู้ตัวก็คือไทม์ไทย ที่ตอนแรกให้ชาวบ้านนำทาง แต่ตอนนี้กลับเป็นเขาที่วิ่งขึ้นนำหน้าไปอย่างรีบร้อน
สุดท้ายเวลาก็สามารถขึ้นมาถึงข้างบนได้ ข้างบนที่เป็นหน้าผาสูงมองเห็นทะเลากว้างและท้องฟ้าสีสวย มันคงจะดีมากเลยนะถ้าตอนนี้เธอมาเพื่อเที่ยวพักผ่อนเพราะมันสวยงามและทำให้เธอสบายใจได้ แต่ที่โชคร้ายก็คือตอนนี้เธอกำลังหนีกลุ่มผู้ชายพวกนั้นที่ทำร้ายเธอ
ไม่สิ ตอนนี้เธอโชคดีต่างหาก โชคดีที่เธอสามารถหนีผู้ชายพวกนั้นได้โดยไม่มีใครมาทำร้ายเธอได้อีก และไม่ใช่แค่หนีผู้ชายพวกนั้น แต่เธอกำลังจะหนีความอัปยศของชีวิตที่เจอมาทุกอย่างได้ด้วย
ร่างบางเดินฝ่าลมไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่หยุดตั้งแต่ขึ้นมาถึง เดินด้วยขาข้างที่เจ็บจนสุดท้ายก็มาถึงริมหน้าผาที่มองลงไปข้างล่างมีแต่น้ำเต็มไปหมด น้ำที่เธอว่ายไม่เป็น
“เวลาเจ็บมามากพอแล้วย่าจ๋า เวลาอยากไปอยู่กับย่า อยากให้ย่ากอด กอดที่ไม่เคยมีใครกอดเวลาเลยตั้งแต่ย่าจากไป” ร่างบางพูดพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งและก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ
ก้าวไปอีกแค่ไม่กี่ก้าวทุกความเจ็บปวดของเธอก็จะหมดลง
มันจบแล้ว...
